"Today, there is profound disagreement on how much water is needed to ensure food security for the world's growing population and how much is needed to sustain natural ecosystems." (ICID 2005)
กัมปนาท ภักดีกุล PhD
1. บทนำ "โลกปัจจุบันเกิดความไม่เห็นพ้องต้องกันตรงที่ว่า น้ำปริมาณเท่าไหร่จึงจะเพียงพอต่อการผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกและอีกเท่าไหร่จึงจะพอในการหล่อเลี้ยงระบบนิเวศให้เป็นไปอย่างยั่งยืน" ปีพ.ศ.2547 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยกำหนดให้เป็นปีแห่งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามนโยบายที่จะทำให้ไทยกลายเป็นครัวโลก (Food Safety Year) โดยเร่งรัดให้มีการตรวจสอบ รับรองและติดตามการผลิตพืช ผัก ผลไม้ สินค้าเกษตรที่บริโภคภายในประเทศและทั้งที่ส่งออก รวมถึงสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ ให้มีคุณภาพด้านอาหารที่เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยโดยรวมและการนำประเทศเข้าแข่งขันได้อย่างมีคุณภาพในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง (ประภัสสรา พิมพ์พันธุ์ 2546) แนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหารการเกษตรในตลาดโลก นับวันยิ่งมีความเป็นโลกาภิวัฒน์เพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมการบริโภคในซีกโลกตะวันตกและตะวันออกมีมาตรฐานใกล้เคียงกันมากขึ้น การส่งออกและนำเข้าสินค้าเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐานจึงกระทบต่อผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ผู้ผลิต และผู้บริโภคโดยตรงทุกภาคส่วน อุตสาหกรรมอาหารไทยภายใต้นโยบายครัวโลกจึงถูกตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไร ไทยจึงจะสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ในด้านภาษีอากร คุณภาพและความปลอดภัย?" คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านความปลอดภัยของอาหารได้วางแผนการดำเนินการเชิงรุกตามนโยบายฉบับใหม่ลงวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2543 โดยปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นไปในทางเดียวกัน เพิ่มการควบคุมในทุกระดับที่เรียกว่า "จากไร่นาสู่โต๊ะอาหาร" ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการให้คำแนะนำที่เป็นไปในเชิงวิทยาศาสตร์มากขึ้นเพื่อประกันสุขภาพ อนามัย และการคุ้มครองผู้บริโภคในมาตรฐานที่สูง ซึ่งนับจากวันดังกล่าว ได้มีการออกมาตรการกฎหมายที่สำคัญมากมายเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายนี้ คำถามต่อมาก็คือ "ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้ประกอบการต้องคิดวางแผนอย่างจริงจังเพื่อต่อสู้กับระเบียบใหม่ในการส่งออกอาหาร?". MOAC et al. (2003) หากไทยยังมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามนโยบายการเป็นครัวโลกที่กล่าวไปแล้วนั้น ปัจจัยที่สำคัญในกระบวนการผลิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ"น้ำ"ทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ และเพื่อเดินเข้าสู่สถานภาพดังกล่าวบทความนี้จะชี้ให้เห็นว่านโยบายการผลิตอาหารในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงสอดคล้องกับปริมาณการใช้น้ำ คุณภาพน้ำและการขาดแคลนน้ำในประเทศอย่างไร ภาคการใช้น้ำในปัจจุบันมีความต้องการปริมาณน้ำที่เกินน้ำต้นทุนอยู่หรือไม่ แนวทางการจัดการน้ำชลประทาน และโครงการพัฒนาแหล่งน่ำขนาดใหญ่ มีความเหมาะสมอย่างไรต่อการพัฒนาอาหารและน้ำอย่างยั่งยืน ประเทศไทยควรจะมีทิศทางไหน อะไรคือสิ่งที่ควรเป็นไป ความจริงนั้น โครงการต่างๆที่จัดทำกันขึ้นมาได้แก่ โครงการ Water Grid ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ "โครงการน้ำแก้จนโดยการพัฒนาโครงข่ายน้ำและการเกษตรแบบบูรณาการ"ของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูขัดแย้งแต่กลมกลืนนั้น ถูกกำหนดให้เป็นภาพของการเพิ่มศักยภาพของน้ำต้นทุน โดยการพัฒนาระบบชลประทานและสร้างโครงข่ายน้ำ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงระบบท่ออย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่รวมถึงคลองและแม่น้ำธรรมชาติที่เชื่อมต่อ คลองชลประทานซึ่งเป็นคลองเปิดและรวมถึงระบบท่อในพื้นที่ที่เหมาะสมอีกด้วย ทั้งนี้ ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศเป็นสำคัญ โครงการที่ดำเนินการเป็นรูปธรรมสำเร็จแล้วและมีแผนที่จะดำเนินต่อไปนั้น ยกตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาระบบท่อส่งน้ำในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกจำกัด(มหาชน) ซึ่งเน้นการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่โครงการชลประทานระบบท่อที่เคยดำเนินการไปแล้วในภาคอีสานก่อนหน้านั้นมีหลายโครงการที่ล้มเหลวและยังไม่ได้รับการแก้ไข ตลอดจนยังไม่ได้นำมาเป็นบทเรียนกับโครงการ Water Grid ที่จะเปิดใหม่นี้เลย
1. บทนำ "โลกปัจจุบันเกิดความไม่เห็นพ้องต้องกันตรงที่ว่า น้ำปริมาณเท่าไหร่จึงจะเพียงพอต่อการผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกและอีกเท่าไหร่จึงจะพอในการหล่อเลี้ยงระบบนิเวศให้เป็นไปอย่างยั่งยืน" ปีพ.ศ.2547 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยกำหนดให้เป็นปีแห่งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามนโยบายที่จะทำให้ไทยกลายเป็นครัวโลก (Food Safety Year) โดยเร่งรัดให้มีการตรวจสอบ รับรองและติดตามการผลิตพืช ผัก ผลไม้ สินค้าเกษตรที่บริโภคภายในประเทศและทั้งที่ส่งออก รวมถึงสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ ให้มีคุณภาพด้านอาหารที่เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยโดยรวมและการนำประเทศเข้าแข่งขันได้อย่างมีคุณภาพในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง (ประภัสสรา พิมพ์พันธุ์ 2546) แนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหารการเกษตรในตลาดโลก นับวันยิ่งมีความเป็นโลกาภิวัฒน์เพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมการบริโภคในซีกโลกตะวันตกและตะวันออกมีมาตรฐานใกล้เคียงกันมากขึ้น การส่งออกและนำเข้าสินค้าเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐานจึงกระทบต่อผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ผู้ผลิต และผู้บริโภคโดยตรงทุกภาคส่วน อุตสาหกรรมอาหารไทยภายใต้นโยบายครัวโลกจึงถูกตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไร ไทยจึงจะสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ในด้านภาษีอากร คุณภาพและความปลอดภัย?" คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านความปลอดภัยของอาหารได้วางแผนการดำเนินการเชิงรุกตามนโยบายฉบับใหม่ลงวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2543 โดยปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นไปในทางเดียวกัน เพิ่มการควบคุมในทุกระดับที่เรียกว่า "จากไร่นาสู่โต๊ะอาหาร" ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการให้คำแนะนำที่เป็นไปในเชิงวิทยาศาสตร์มากขึ้นเพื่อประกันสุขภาพ อนามัย และการคุ้มครองผู้บริโภคในมาตรฐานที่สูง ซึ่งนับจากวันดังกล่าว ได้มีการออกมาตรการกฎหมายที่สำคัญมากมายเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายนี้ คำถามต่อมาก็คือ "ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้ประกอบการต้องคิดวางแผนอย่างจริงจังเพื่อต่อสู้กับระเบียบใหม่ในการส่งออกอาหาร?". MOAC et al. (2003) หากไทยยังมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามนโยบายการเป็นครัวโลกที่กล่าวไปแล้วนั้น ปัจจัยที่สำคัญในกระบวนการผลิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ"น้ำ"ทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ และเพื่อเดินเข้าสู่สถานภาพดังกล่าวบทความนี้จะชี้ให้เห็นว่านโยบายการผลิตอาหารในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงสอดคล้องกับปริมาณการใช้น้ำ คุณภาพน้ำและการขาดแคลนน้ำในประเทศอย่างไร ภาคการใช้น้ำในปัจจุบันมีความต้องการปริมาณน้ำที่เกินน้ำต้นทุนอยู่หรือไม่ แนวทางการจัดการน้ำชลประทาน และโครงการพัฒนาแหล่งน่ำขนาดใหญ่ มีความเหมาะสมอย่างไรต่อการพัฒนาอาหารและน้ำอย่างยั่งยืน ประเทศไทยควรจะมีทิศทางไหน อะไรคือสิ่งที่ควรเป็นไป ความจริงนั้น โครงการต่างๆที่จัดทำกันขึ้นมาได้แก่ โครงการ Water Grid ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ "โครงการน้ำแก้จนโดยการพัฒนาโครงข่ายน้ำและการเกษตรแบบบูรณาการ"ของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูขัดแย้งแต่กลมกลืนนั้น ถูกกำหนดให้เป็นภาพของการเพิ่มศักยภาพของน้ำต้นทุน โดยการพัฒนาระบบชลประทานและสร้างโครงข่ายน้ำ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงระบบท่ออย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่รวมถึงคลองและแม่น้ำธรรมชาติที่เชื่อมต่อ คลองชลประทานซึ่งเป็นคลองเปิดและรวมถึงระบบท่อในพื้นที่ที่เหมาะสมอีกด้วย ทั้งนี้ ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศเป็นสำคัญ โครงการที่ดำเนินการเป็นรูปธรรมสำเร็จแล้วและมีแผนที่จะดำเนินต่อไปนั้น ยกตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาระบบท่อส่งน้ำในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกจำกัด(มหาชน) ซึ่งเน้นการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่โครงการชลประทานระบบท่อที่เคยดำเนินการไปแล้วในภาคอีสานก่อนหน้านั้นมีหลายโครงการที่ล้มเหลวและยังไม่ได้รับการแก้ไข ตลอดจนยังไม่ได้นำมาเป็นบทเรียนกับโครงการ Water Grid ที่จะเปิดใหม่นี้เลย
2. คาดการณ์ปริมาณน้ำ นักวิทยาศาสตร์คาดประมาณปริมาณน้ำจืดบนโลกไว้ว่ามีเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น นอกนั้นเป็นน้ำทะเล ในน้ำจืดปริมาณร้อยละ 3 นั้นมีเพียงร้อยละ 0.003 เท่านั้นที่นำมาใช้ได้ ที่เหลือเป็นน้ำแข็งขั้วโลกและเป็นส่วนของน้ำใต้ดินที่ไม่สามารถนำขึ้นมาใช้ได้อีกมาก (Mays 1996) สำหรับประเทศไทยนั้นมีผู้ประมาณการไว้ว่ามีค่าฝนเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 1,468 มิลลิเมตรต่อปี โดยมีพื้นที่ประเทศประมาณ 320 ล้านไร่ จัดเป็นพื้นที่ถือครองทางการเกษตร 131 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 41 ของพื้นที่ทั้งประเทศ ทำให้เกิดน้ำท่าเฉลี่ยทั้งประเทศปีละ 213,424 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สัดส่วนปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยในฤดูฝนคิดเป็นร้อยละ 86 ในขณะที่ฤดูแล้งมีเพียงร้อยละ 14 เท่านั้น (ชมรมนักอุทกวิทยาไทยและสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย 2547) ด้านประมาณการน้ำบาดาลทั่วประเทศนั้นมีการคาดประมาณไว้ว่ามีร้อยละ 5 ของปริมาณน้ำฝนที่ตกทั่วประเทศ นั่นหมายถึงปริมาณน้ำบาดาลถึง 38,000 ล้าน ลบม.ต่อปี โดยภาคเหนือมีปริมาณน้ำฝนที่ไหลซึมลงสู่น้ำบาดาลมากที่สุดถึง 11,000 ล้านลบ.ม.ต่อปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9,700 ล้านลบ.ม.ต่อปี ภาคใต้ 8,000 ล้านลบ.ม.ต่อปี ส่วนภาคกลางมีน้อยที่สุดคือประมาณ 2,800-3,500 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2547)
3. "วิกฤติภัยแล้งลามหนักขาดน้ำผลิตไฟ" (พาดหัวข่าว กรุงเทพธุรกิจ)วันนี้ไทยมีน้ำใช้เพียงพอแล้วหรือ คงต้องย้อนกลับไปดูว่าตัวเลขการขาดแคลนน้ำใน 57 จังหวัดทั่วประเทศในช่วงฤดูแล้งปีพ.ศ.2547/48 นั้นเป็นอย่างไรบ้าง วิธีการที่รัฐบาลใช้เสมอมาคือประกาศเชิงวิงวอนให้ชาวบ้านงดการปลูกพืชเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ แต่การวิงวอนนั้นไม่มีผลในทางปฏิบัติเลย จากรายงานภาวะภัยแล้งในเดือนมีนาคม พ.ศ.2547/48 พบว่าพื้นที่การเกษตรเสียหายอย่างสิ้นเชิง 12.5 ล้านไร่ จากพื้นที่รวมทั้งหมด 19.21 ล้านไร่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2548 กรมชลประทานได้เสนอแผนการจัดการน้ำ 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศต่อที่ประชุมโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นแผนการจัดให้มีระบบเก็บกักน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสูญเสียน้ำระหว่างการส่งเพื่อให้ไปถึงไร่นาให้มากที่สุด การจัดการระบบน้ำหยด การขุดสระ การชลประทานระบบท่อ และการขุดสระเก็บน้ำประจำหมู่บ้านนอกเขตชลประทาน การแก้ไขในลักษณะเช่นนี้มีมาแต่ดั้งเดิม เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และควรวางแผนระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาได้แล้ว รัฐบาลในปัจจุบันได้อนุมัติแผนแก้ไขปัญหาน้ำระยะยาว (กุมภาพันธ์ พ.ศ.2548) โดยมีโครงการนำร่องที่ลุ่มน้ำปิงและน้ำมูลก่อนเนื่องจากมีความพร้อมมากที่สุด และวันนี้ลำตะคองต้องปั่นกระแสไฟฟ้าด้วยดีเซลแทนแล้ว (กรุงเทพธุรกิจ 13 มีนาคม พ.ศ. 2548) แห้งแล้งต่อคน ชุมชนอย่างเดียวหรือ? สาเหตุของการขาดแคลนน้ำนั้นมีได้หลายปัจจัยด้วยกันตั้งแต่ ระบบการจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ ระบบส่งน้ำมีการรั่วไหล ศักยภาพการพัฒนาพื้นที่ของแต่ละเขตลุ่มน้ำต่างกัน สภาพพื้นที่ภูมิประเทศที่สูงต่ำไม่เท่ากัน เนื้อดินไม่มีความอุดมสมบูรณ์พอ ฝนน้อย ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล มีน้ำแต่ยังขาดแหล่งเก็บน้ำ ป่าต้นน้ำถูกทำลาย การเปลี่ยนแปลงทางน้ำเดิมด้วยอาคารส่งน้ำ อาคารบังคับน้ำ ดินเก็บน้ำไม่อยู่ สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเปลี่ยนไปมาก ความแห้งแล้งของพื้นที่เฉพาะเช่นชายฝั่งทะเล เกาะ พื้นที่ภัยพิบัติฉับพลัน เช่นพื้นที่สึนามิ และสาเหตุจากภาวะโลกร้อน ภาวะแห้งแล้งที่เกิดขึ้นอาจมิได้มาจากสาเหตุเดี่ยว แต่อาจเป็นสาเหตุร่วม ดังนั้น การจัดการกับปัญหาจึงไม่อาจมองในมิติเดียวได้ เช่นเอาท่อมาส่งน้ำ นำน้ำจากที่มีอีกที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นการมองเพียงมิติเดียว การจัดการน้ำเชิงบูรณาการจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากนิเวศรอบๆประเทศแห้งแล้ง สิ่งมีชีวิตและกำลังการผลิตก็เป็นเรื่องท้าทาย แห้งแล้งต่อนิเวศ พืชและสัตว์จึงส่งผลโดยตรงต่อชุมชนเช่นกัน
4. สาเหตุที่อาจทำให้ไทยไม่ได้เป็นครัวโลก
4.1 ปริมาณความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นมาก การบริหารความต้องการใช้น้ำในภาคส่วนต่าง ๆ (demand side management) กำลังเป็นสิ่งที่ท้าทายประเทศไทยในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดค่าน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศซึ่งเป็นปัจจัยวกกลับที่จะมาหล่อเลี้ยงกำลังการผลิตของพื้นที่ ในปัจจุบันนี้การกำหนดค่าน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศนี้คือการใช้ค่าปริมาณการไหลต่ำสุดในลำน้ำ (Low flow) ในลุ่มน้ำหนึ่ง ๆ ซึ่งแตกต่างกันไป
ปัจจุบันปริมาณน้ำเพื่อการดำรงอยู่แห่งสภาพแวดล้อม (Environmental flow) ยังเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับประเทศกำลังพัฒนา (Smakhtin and Dassenaike 2004) ยังไม่ถูกระบุในกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรว่าควรจะมีปริมาณเท่าใดในหลาย ๆ ประเทศทั้งละตินอเมริกา อาฟริกาและในเอเชียเอง ขึ้นอยู่กับการทดลองวิจัยด้วยวิธีการต่าง ๆ กันไป (Dyson, M. et. al 2003). ซึ่งหากปริมาณความต้องการน้ำในด้านอื่น ๆ ได้แก่ความต้องการน้ำเพื่อการชลประทานและพลังงาน อุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ถูกเพิ่มมากขึ้นจนเกินพิกัดของนิเวศในลุ่มน้ำหนึ่ง ๆ แล้ว ความแห้งแล้งก็เป็นสิ่งที่จะปรากฎขึ้นอย่างชัดเจนและเมื่อวันนั้นมาถึง ความอุดมสมบูรณ์พอที่จะเป็นครัวโลกของไทยก็จะเป็นไปไม่ได้
4.2 สารพิษตกค้างในน้ำ จากการที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกระเบียบใหม่ว่าด้วยความปลอดภัยทางอาหาร (EU Food Safety Regulations) เพื่อเป็นปราการด่านสำคัญซึ่งในที่สุดแล้วรัฐบาลไทยก็ต้องใช้ความระมัดระวัง และรอบครอบมากยิ่งขึ้น โดยในวงวิชาการทราบกันดีว่าการพัฒนากฎหมายสลากสีเขียวในปี พ.ศ.2540 (1997 Green Paper on Food Law) ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสาธารณชนทั่วไป ต่อมามีการออกระเบียบที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่เรียกว่า Simplification exercise 1997-2000 จนมาถึงสมุดปกขาวว่าด้วยความปลอดภัยของอาหาร (Year 2000 White Paper on Food Safety) ซึ่งเป็นส่วนของกรรมาธิการที่จะบังคับใช้ระเบียบนี้ นัยของระเบียบดังกล่าวระบุไว้ว่าเพื่อให้เกิดมาตรฐานสูงสุดของความปลอดภัยด้านอาหาร สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมยุโรปเอง (Wilson 2546) ดังนั้นสารพิษตกค้างที่ปนเปื้อนมากับน้ำชลประทานเช่นยาฆ่าแมลง สารเคมีในกระบวนการผลิตต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังสูงที่สุดทั้งเพื่อสุขภาวะของคนไทยเองและการส่งออก
4.3 "คิดแทนชาวบ้าน หรือให้ชาวบ้านร่วมคิด" เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมในการเริ่มโครงการของรัฐซึ่งถูกเรียกว่าโครงการพัฒนานั้น ที่แล้วๆ มายังไม่ใช่การมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าใจว่าเอาโครงการไปบอกชาวบ้าน ต้องเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่ คือต้องไปเอาชาวบ้านมาร่วมคิดวางแผนตั้งแต่เริ่มโครงการว่าชาวบ้านต้องการอะไร ก่อนตัดสินใจใดๆ จึงจะถูกต้อง ทั้งนี้ ทั้งนั้น คงต้องมองไปถึงความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและการรักษาสิทธิอันพึงมีพึงได้ของชุมชนเองด้วย การพัฒนาแหล่งน้ำในยุคใหม่นั้น กรรมการลุ่มน้ำจึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมในระดับลุ่มน้ำจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น แต่ทว่ามิใช่ ปัจจัยที่ทำให้คณะกรรมการอ่อนแอคือการที่กรรมการบางคนมิใช้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แท้จริงทั้งหมด ไม่มีคนทำหรือมีเพียงชื่อในคณะกรรมการ ตลอดจนปัญหาที่เรียกกันว่า "คนทำ สวมหมวกหลายใบ" ซึ่งควรได้รับการแก้ไขด่วน นอกจากการคำนึงถึงทรัพยากรทางด้านปริมาณน้ำ ทรัพยากรทางการจัดการได้แก่โครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ต่าง ๆ แล้วทรัพยากรส่วนที่คนทั่วไปไม่ควรมองข้ามก็คือทรัพยากรทางปัญญา ซึ่งถือเป็นส่วนรากเหง้าที่สำคัญ ลึกซึ้งและต้องพัฒนากันให้มากในการทำงานแก้ปัญหาด้านน้ำเสียแต่เดี๋ยวนี้ (เลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ 2548) เมื่อมาถึงบรรทัดนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าโครงการ Water Grid มีส่วนร่วมของประชาชนคนท้องถิ่นแต่อย่างใด นอกจากการทำงานอย่างหนักของบริษัทที่ปรึกษา วิศวกรผู้เขียนโครงการ และผู้มีอำนาจตัดสินใจ ทั้งยังอธิบายไม่ได้ว่าโครงการจัดการน้ำด้วยท่อที่ผ่านมาบางโครงการล้มเหลวโดยสิ้นเชิงนั้นแก้ปัญหาได้แล้วหรือยัง
5. แนวทางการก้าวไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ที่ยั่งยืน
5.1 สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สิทธิอันพึงมีพึงได้ของชุมชนต้องได้รับการเคารพจากภาคราชการ การดำเนินโครงการใด ๆ ในการแบ่งปันทรัพยากรท้องถิ่น ชุมชนต้องมีส่วนร่วมรับรู้และเสนอแนะตั้งแต่เริ่มโครงการทุกขั้นตอนอย่างแท้จริง กรรมการลุ่มน้ำต้องเป็นตัวแทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริง ๆ ในลุ่มน้ำนั้น ๆ ความเข้มแข็งของชุมชนจะช่วยลดความขัดแย้งในการแย่งชิงทรัพยากรลงได้มากในอนาคตนี้
5.2 สร้างการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ (Supply Side Management) สำหรับศักยภาพที่จะพัฒนาการส่งออกข้าวสำหรับประเทศไทยนั้น ประเมินแล้วว่ายังมีความเป็นไปได้อีก ประเทศไทยปลูกข้าวได้ปีละประมาณ 26-27 ล้านตันบริโภคเองในประเทศประมาณ 16 ล้านตัน เหลือส่งออกเพียงประมาณ 10-11 ล้านตันเท่านั้น ซึ่งถ้าให้ประเมินแล้วประเทศไทยน่าจะผลิตได้ถึง 35 ล้านตันต่อปี จึงจะถือว่าเต็มศักยภาพ (ปราโมทย์ ไม้กลัด 2548) การที่จะทำให้ไทยเป็นครัวโลกได้นั้น การจัดการน้ำถือเป็นหัวใจที่สำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างโครงการทุ่งเจ้าพระยาใหญ่หลังจากสร้างเขื่อนภูมิพลเสร็จสิ้นลง ด้วยเงินกู้ 2,000 ล้านบาทเมื่อปี พ.ศ.2512 นั้น ชาวบ้านยังไม่มั่นใจว่าจะทำนาปรัง และไม่เชื่อว่าจะทำได้จริง ต้องมีการรณรงค์ให้คนปลูกข้าวในฤดูแล้ง โดยเริ่มพื้นที่ 100,000 ไร่ซึ่งก็ทำได้สำเร็จและสามารถคืนทุนได้รวดเร็ว ถือเป็นความสัมฤทธิผลของคนที่ทำหน้าที่จัดการน้ำมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถทำนาได้ปีละครั้งเท่านั้น หน้าแล้งควรเน้นไปที่การอุปโภคบริโภคเพราะน้ำต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตรกรรม ยกเว้นบางพื้นที่เท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งแตกต่างจากทุ่งเจ้าพระยาและแม่กลองซึ่งมีน้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศในการพัฒนาด้านต่างๆ แท้จริงแล้วการขุดสระเพื่อช่วยให้มีน้ำเพียงพอใช้ในหน้าแล้งนั้นมีมานานแล้วโดยริเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ.2535 สมัยที่อยู่กรมชลประทาน (ปราโมทย์ ไม้กลัด 2548) แต่ขนาดของสระที่เหมาะสมควรจะลึกอย่างน้อย 3.5 เมตร มิใช่เพียง 2 เมตรเศษอย่างที่ทำกันอยู่ในเวลานี้ น้ำจึงจะพอใช้ ดังนั้นหากจะทำให้นโยบายไทยเป็นครัวโลกเป็นจริงได้นั้น น้ำจึงมีบทบาทสำคัญที่สุด การจัดการน้ำต้องให้มีปริมาณที่แน่นอนมีคุณภาพและประสิทธิภาพดี และที่สำคัญคือต้องมีการประกันราคาพืช กล่าวคือมีปัจจัยทางการตลาดมาเกี่ยวข้องในการจัดการผลผลิตด้วย (ปราโมทย์ ไม้กลัด 2548) การจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมิได้หมายถึงการส่งน้ำด้วยท่อซึ่งมีค่าลงทุนสูงแต่ปลูกพืชที่ขายแล้วไม่ได้ราคา ขณะนี้น้ำมันดีเซลในตลาดโลกกำลังขึ้นราคา การส่งน้ำด้วยท่อต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จึงเป็นเรื่องเสี่ยงที่ไม่ควรเสี่ยงอย่างยิ่ง นอกเสียจากว่าจะทดลองทำในโครงการทดลองเล็ก ๆ ที่มองแล้วไม่เสี่ยงให้ผลคุ้มค่า พลิกฟื้นเกษตรกรให้มีรายได้ได้ภายในเวลาอันสั้นและมีหลักประกันเมื่อโครงการล้มเหลว
5.3 การเปลี่ยนระบบการปลูกพืชควบคู่กับการตลาด หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าว ทั้งนี้ ทั้งนั้น ต้องร่วมกับบริษัทอุตสาหกรรมการเกษตร (Agro-industry) สำรวจความต้องการของตลาดและมีวิธีการสนับสนุนจากภาครัฐบาลในการประกันราคาร่วมกัน ปัจจุบันมีงานวิจัยแบบบูรณาการและครบวงจรจากผลิตผลการเกษตรที่คำนึงถึงการตลาดเกิดขึ้นแล้ว
5.4 คุณภาพน้ำชลประทาน สารพิษตกค้างที่มากับน้ำชลประทานที่ระบายจากแปลงเพาะปลูกที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงให้มากในการเป็นครัวโลก ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่ภารกิจโดยตรงในการควบคุม ติดตามตรวจสอบสารพิษตกค้างในพืชที่ใช้เป็นอาหาร ผักผลไม้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภคและคงไว้ซึ่งคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีในเชิงเกษตรยั่งยืน โดยจัดให้มีการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผลิตผลการเกษตรตามสนธิสัญญาด้านสุขอนามัยพืชขององค์การการค้าโลกเพื่อความปลอดภัยของประชากรของโลกและของประเทศไทยเองด้วย (ประภัสสรา พิมพ์พันธุ์ 2546) ซึ่งทางออกอีกประการหนึ่งในเรื่องนี้ก็คือการส่งเสริมการปลูกพืชอินทรีย์ซึ่งสำหรับมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ของประเทศไทยนั้น สอดคล้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ใช้ในต่างประเทศหลายแห่งอยู่แล้ว ได้แก่ Organic Food Production (OFDA) ของสหรัฐอเมริกา และข้อกำหนดผลิตผลเกษตรอินทรีย์ของสภาตลาดร่วมยุโรป (EEC No.2092/91) ทั้งยังสอดคล้องกับ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์และการแปรรูปของ International Federation of Organic Agriculture Movement (IFOAM) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่มีสมาชิกมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
5.5 สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเชิงสหวิทยาการอย่างต่อเนื่องศาสตร์เดี่ยวๆไม่สามารถใช้แก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำได้อีกต่อไป การจัดการน้ำต้องการทั้งศาสตร์และศิลป์ในการช่วยแก้ไข ศาสตร์ของน้ำไม่ใช่เป็นศาสตร์ของวิศวกรน้ำและนักอุทกวิทยาแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป (Mays 1996) การปลูกฝังแนวความคิดดังกล่าวในอดีตจึงผิดโดยสิ้นเชิง เพราะไม่ก่อให้เกิดแนวคิดเชิงระบบ ซึ่งมีหลายมิติที่ครอบคลุมกว่า
5.6 นโยบายครัวไทยในต่างแดน ทางเลือกสุดท้ายแทนที่จะมาทำครัวในบ้าน อาจต้องอาศัยการทำครัวในต่างแดน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก โดยตรงอย่างแท้จริง ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยเปิดเพิ่มมากมายทั่วโลกและเป็นที่นิยมในรสชาติของชาวต่างชาติ ไม่แพ้อาหารชาติอื่น เพียงแต่คนไทยที่ไปเปิดร้านไทยต้องใช้ความพยายามด้วยตนเอง หากรัฐจะเข้ามามีบทบาทส่งเสริม ให้ได้มีความกินดีอยู่ดีและมีสังคมของคนไทยที่ดี ไม่ต้องหลบซ่อน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จะเป็นสิ่งดีมาก เพราะปัญหาการใช้ชีวิตไทยในต่างแดนนั้นมีความยากลำบากพอสมควรเมื่อเทียบกับบ้านเราเอง และจะเป็นการลัดขั้นตอนหลายขั้นตอนเพื่อนำเงินกลับเข้าประเทศได้โดยตรง ทั้งยังเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประเพณีไทยให้ชาวโลกรู้โดยตรงอีกด้วย ทั้งนี้ต้องอาศัยการควบคุมดูแลให้ทั่วถึง
" เมื่อถึงบรรทัดนี้ผู้อ่านทุกท่านคงจะมีคำตอบอยู่ในใจกันแล้วว่า ประเทศไทยของเรา ควรเตรียมความพร้อมอะไรให้มากกว่านี้ ก่อนจะนำประเทศก้าวเข้าสู่การเป็นครัวโลก"
กิตติกรรมประกาศ ปราโมทย์ ไม้กลัด สว.กรุงเทพฯ เลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ ผอ.สถาบันพัฒนาการชลประทาน
เอกสารอ้างอิง
ชมรมนักอุทกวิทยาไทยและสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย 2547. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการเรื่อง "WATER GRID" โครงข่ายน้ำแห่งชาติ 23 กันยายน 2547 รอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ
ประภัสสรา พิมพ์พันธุ์ 2546.ความปลอดภัยของผลไม้และผักต่าง ๆ และการผลิตพืชอินทรีย์ เอกสารประกอบการประชุมวิชาการเรื่อง "Food Dynamics Seminar", วันที่ 1-2 ตุลาคม พ.ศ.2546 BITEC, กรุงเทพฯ.
ปราโมทย์ ไม้กลัด 2548. บทสัมภาษณ์ 12 มีนาคม พ.ศ. 2548 กรุงเทพฯ
เลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ 2548. บทสัมภาษณ์ ถอดเทป 10 มีนาคม พ.ศ.2548 สถาบันพัฒนาการชลประทาน นนทบุรีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2547.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำแบบบูรณาการ เพื่อประโยชน์ในการผลิต การบริโภค และการป้องกันอุทกภัย กรุงเทพฯ
Dyson, M., Bergkamp, G., and Scanlon, J. (2003). Flow. The Essentials of Environmental Flows. IUCN.
ICWE (1992). Dublin Statement of the International Conference on Water and the Environment. Dublin, Ireland.
International Commission on Irrigation and Drainage 2005.http://www.icid.org/index_e.html
Mays, L.W.(1996). Water Resources Handbook, McGrawHill, USAMOAC, The British Embassy, and Trade Partners UK-British Trade International (2003)."Food Dynamics Seninar". BITEC, Bangna-Trad,Bangkok.
Smakhtin, V. and Dassenaike, L.(2004). Environmental Flows.Environmental Perspectives on River Basin Management in Asia. Vol.1(1). IWMI. Colombo. Sri Lanka.
Wilson, J.A. (2546). "EU Food Safety Regulations", Delegation of the European Commission on Health and Consumer
Protection, เอกสารประกอบการประชุมวิชาการเรื่อง "Food Dynamics Seminar", วันที่ 1-2 ตุลาคม พ.ศ.2546 BITEC, กรุงเทพฯ.
3. "วิกฤติภัยแล้งลามหนักขาดน้ำผลิตไฟ" (พาดหัวข่าว กรุงเทพธุรกิจ)วันนี้ไทยมีน้ำใช้เพียงพอแล้วหรือ คงต้องย้อนกลับไปดูว่าตัวเลขการขาดแคลนน้ำใน 57 จังหวัดทั่วประเทศในช่วงฤดูแล้งปีพ.ศ.2547/48 นั้นเป็นอย่างไรบ้าง วิธีการที่รัฐบาลใช้เสมอมาคือประกาศเชิงวิงวอนให้ชาวบ้านงดการปลูกพืชเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ แต่การวิงวอนนั้นไม่มีผลในทางปฏิบัติเลย จากรายงานภาวะภัยแล้งในเดือนมีนาคม พ.ศ.2547/48 พบว่าพื้นที่การเกษตรเสียหายอย่างสิ้นเชิง 12.5 ล้านไร่ จากพื้นที่รวมทั้งหมด 19.21 ล้านไร่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2548 กรมชลประทานได้เสนอแผนการจัดการน้ำ 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศต่อที่ประชุมโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นแผนการจัดให้มีระบบเก็บกักน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสูญเสียน้ำระหว่างการส่งเพื่อให้ไปถึงไร่นาให้มากที่สุด การจัดการระบบน้ำหยด การขุดสระ การชลประทานระบบท่อ และการขุดสระเก็บน้ำประจำหมู่บ้านนอกเขตชลประทาน การแก้ไขในลักษณะเช่นนี้มีมาแต่ดั้งเดิม เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และควรวางแผนระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาได้แล้ว รัฐบาลในปัจจุบันได้อนุมัติแผนแก้ไขปัญหาน้ำระยะยาว (กุมภาพันธ์ พ.ศ.2548) โดยมีโครงการนำร่องที่ลุ่มน้ำปิงและน้ำมูลก่อนเนื่องจากมีความพร้อมมากที่สุด และวันนี้ลำตะคองต้องปั่นกระแสไฟฟ้าด้วยดีเซลแทนแล้ว (กรุงเทพธุรกิจ 13 มีนาคม พ.ศ. 2548) แห้งแล้งต่อคน ชุมชนอย่างเดียวหรือ? สาเหตุของการขาดแคลนน้ำนั้นมีได้หลายปัจจัยด้วยกันตั้งแต่ ระบบการจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ ระบบส่งน้ำมีการรั่วไหล ศักยภาพการพัฒนาพื้นที่ของแต่ละเขตลุ่มน้ำต่างกัน สภาพพื้นที่ภูมิประเทศที่สูงต่ำไม่เท่ากัน เนื้อดินไม่มีความอุดมสมบูรณ์พอ ฝนน้อย ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล มีน้ำแต่ยังขาดแหล่งเก็บน้ำ ป่าต้นน้ำถูกทำลาย การเปลี่ยนแปลงทางน้ำเดิมด้วยอาคารส่งน้ำ อาคารบังคับน้ำ ดินเก็บน้ำไม่อยู่ สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเปลี่ยนไปมาก ความแห้งแล้งของพื้นที่เฉพาะเช่นชายฝั่งทะเล เกาะ พื้นที่ภัยพิบัติฉับพลัน เช่นพื้นที่สึนามิ และสาเหตุจากภาวะโลกร้อน ภาวะแห้งแล้งที่เกิดขึ้นอาจมิได้มาจากสาเหตุเดี่ยว แต่อาจเป็นสาเหตุร่วม ดังนั้น การจัดการกับปัญหาจึงไม่อาจมองในมิติเดียวได้ เช่นเอาท่อมาส่งน้ำ นำน้ำจากที่มีอีกที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นการมองเพียงมิติเดียว การจัดการน้ำเชิงบูรณาการจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากนิเวศรอบๆประเทศแห้งแล้ง สิ่งมีชีวิตและกำลังการผลิตก็เป็นเรื่องท้าทาย แห้งแล้งต่อนิเวศ พืชและสัตว์จึงส่งผลโดยตรงต่อชุมชนเช่นกัน
4. สาเหตุที่อาจทำให้ไทยไม่ได้เป็นครัวโลก
4.1 ปริมาณความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นมาก การบริหารความต้องการใช้น้ำในภาคส่วนต่าง ๆ (demand side management) กำลังเป็นสิ่งที่ท้าทายประเทศไทยในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดค่าน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศซึ่งเป็นปัจจัยวกกลับที่จะมาหล่อเลี้ยงกำลังการผลิตของพื้นที่ ในปัจจุบันนี้การกำหนดค่าน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศนี้คือการใช้ค่าปริมาณการไหลต่ำสุดในลำน้ำ (Low flow) ในลุ่มน้ำหนึ่ง ๆ ซึ่งแตกต่างกันไป
ปัจจุบันปริมาณน้ำเพื่อการดำรงอยู่แห่งสภาพแวดล้อม (Environmental flow) ยังเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับประเทศกำลังพัฒนา (Smakhtin and Dassenaike 2004) ยังไม่ถูกระบุในกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรว่าควรจะมีปริมาณเท่าใดในหลาย ๆ ประเทศทั้งละตินอเมริกา อาฟริกาและในเอเชียเอง ขึ้นอยู่กับการทดลองวิจัยด้วยวิธีการต่าง ๆ กันไป (Dyson, M. et. al 2003). ซึ่งหากปริมาณความต้องการน้ำในด้านอื่น ๆ ได้แก่ความต้องการน้ำเพื่อการชลประทานและพลังงาน อุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ถูกเพิ่มมากขึ้นจนเกินพิกัดของนิเวศในลุ่มน้ำหนึ่ง ๆ แล้ว ความแห้งแล้งก็เป็นสิ่งที่จะปรากฎขึ้นอย่างชัดเจนและเมื่อวันนั้นมาถึง ความอุดมสมบูรณ์พอที่จะเป็นครัวโลกของไทยก็จะเป็นไปไม่ได้
4.2 สารพิษตกค้างในน้ำ จากการที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกระเบียบใหม่ว่าด้วยความปลอดภัยทางอาหาร (EU Food Safety Regulations) เพื่อเป็นปราการด่านสำคัญซึ่งในที่สุดแล้วรัฐบาลไทยก็ต้องใช้ความระมัดระวัง และรอบครอบมากยิ่งขึ้น โดยในวงวิชาการทราบกันดีว่าการพัฒนากฎหมายสลากสีเขียวในปี พ.ศ.2540 (1997 Green Paper on Food Law) ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสาธารณชนทั่วไป ต่อมามีการออกระเบียบที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่เรียกว่า Simplification exercise 1997-2000 จนมาถึงสมุดปกขาวว่าด้วยความปลอดภัยของอาหาร (Year 2000 White Paper on Food Safety) ซึ่งเป็นส่วนของกรรมาธิการที่จะบังคับใช้ระเบียบนี้ นัยของระเบียบดังกล่าวระบุไว้ว่าเพื่อให้เกิดมาตรฐานสูงสุดของความปลอดภัยด้านอาหาร สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมยุโรปเอง (Wilson 2546) ดังนั้นสารพิษตกค้างที่ปนเปื้อนมากับน้ำชลประทานเช่นยาฆ่าแมลง สารเคมีในกระบวนการผลิตต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังสูงที่สุดทั้งเพื่อสุขภาวะของคนไทยเองและการส่งออก
4.3 "คิดแทนชาวบ้าน หรือให้ชาวบ้านร่วมคิด" เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมในการเริ่มโครงการของรัฐซึ่งถูกเรียกว่าโครงการพัฒนานั้น ที่แล้วๆ มายังไม่ใช่การมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าใจว่าเอาโครงการไปบอกชาวบ้าน ต้องเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่ คือต้องไปเอาชาวบ้านมาร่วมคิดวางแผนตั้งแต่เริ่มโครงการว่าชาวบ้านต้องการอะไร ก่อนตัดสินใจใดๆ จึงจะถูกต้อง ทั้งนี้ ทั้งนั้น คงต้องมองไปถึงความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและการรักษาสิทธิอันพึงมีพึงได้ของชุมชนเองด้วย การพัฒนาแหล่งน้ำในยุคใหม่นั้น กรรมการลุ่มน้ำจึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมในระดับลุ่มน้ำจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น แต่ทว่ามิใช่ ปัจจัยที่ทำให้คณะกรรมการอ่อนแอคือการที่กรรมการบางคนมิใช้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แท้จริงทั้งหมด ไม่มีคนทำหรือมีเพียงชื่อในคณะกรรมการ ตลอดจนปัญหาที่เรียกกันว่า "คนทำ สวมหมวกหลายใบ" ซึ่งควรได้รับการแก้ไขด่วน นอกจากการคำนึงถึงทรัพยากรทางด้านปริมาณน้ำ ทรัพยากรทางการจัดการได้แก่โครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ต่าง ๆ แล้วทรัพยากรส่วนที่คนทั่วไปไม่ควรมองข้ามก็คือทรัพยากรทางปัญญา ซึ่งถือเป็นส่วนรากเหง้าที่สำคัญ ลึกซึ้งและต้องพัฒนากันให้มากในการทำงานแก้ปัญหาด้านน้ำเสียแต่เดี๋ยวนี้ (เลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ 2548) เมื่อมาถึงบรรทัดนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าโครงการ Water Grid มีส่วนร่วมของประชาชนคนท้องถิ่นแต่อย่างใด นอกจากการทำงานอย่างหนักของบริษัทที่ปรึกษา วิศวกรผู้เขียนโครงการ และผู้มีอำนาจตัดสินใจ ทั้งยังอธิบายไม่ได้ว่าโครงการจัดการน้ำด้วยท่อที่ผ่านมาบางโครงการล้มเหลวโดยสิ้นเชิงนั้นแก้ปัญหาได้แล้วหรือยัง
5. แนวทางการก้าวไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ที่ยั่งยืน
5.1 สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สิทธิอันพึงมีพึงได้ของชุมชนต้องได้รับการเคารพจากภาคราชการ การดำเนินโครงการใด ๆ ในการแบ่งปันทรัพยากรท้องถิ่น ชุมชนต้องมีส่วนร่วมรับรู้และเสนอแนะตั้งแต่เริ่มโครงการทุกขั้นตอนอย่างแท้จริง กรรมการลุ่มน้ำต้องเป็นตัวแทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริง ๆ ในลุ่มน้ำนั้น ๆ ความเข้มแข็งของชุมชนจะช่วยลดความขัดแย้งในการแย่งชิงทรัพยากรลงได้มากในอนาคตนี้
5.2 สร้างการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ (Supply Side Management) สำหรับศักยภาพที่จะพัฒนาการส่งออกข้าวสำหรับประเทศไทยนั้น ประเมินแล้วว่ายังมีความเป็นไปได้อีก ประเทศไทยปลูกข้าวได้ปีละประมาณ 26-27 ล้านตันบริโภคเองในประเทศประมาณ 16 ล้านตัน เหลือส่งออกเพียงประมาณ 10-11 ล้านตันเท่านั้น ซึ่งถ้าให้ประเมินแล้วประเทศไทยน่าจะผลิตได้ถึง 35 ล้านตันต่อปี จึงจะถือว่าเต็มศักยภาพ (ปราโมทย์ ไม้กลัด 2548) การที่จะทำให้ไทยเป็นครัวโลกได้นั้น การจัดการน้ำถือเป็นหัวใจที่สำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างโครงการทุ่งเจ้าพระยาใหญ่หลังจากสร้างเขื่อนภูมิพลเสร็จสิ้นลง ด้วยเงินกู้ 2,000 ล้านบาทเมื่อปี พ.ศ.2512 นั้น ชาวบ้านยังไม่มั่นใจว่าจะทำนาปรัง และไม่เชื่อว่าจะทำได้จริง ต้องมีการรณรงค์ให้คนปลูกข้าวในฤดูแล้ง โดยเริ่มพื้นที่ 100,000 ไร่ซึ่งก็ทำได้สำเร็จและสามารถคืนทุนได้รวดเร็ว ถือเป็นความสัมฤทธิผลของคนที่ทำหน้าที่จัดการน้ำมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถทำนาได้ปีละครั้งเท่านั้น หน้าแล้งควรเน้นไปที่การอุปโภคบริโภคเพราะน้ำต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตรกรรม ยกเว้นบางพื้นที่เท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งแตกต่างจากทุ่งเจ้าพระยาและแม่กลองซึ่งมีน้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศในการพัฒนาด้านต่างๆ แท้จริงแล้วการขุดสระเพื่อช่วยให้มีน้ำเพียงพอใช้ในหน้าแล้งนั้นมีมานานแล้วโดยริเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ.2535 สมัยที่อยู่กรมชลประทาน (ปราโมทย์ ไม้กลัด 2548) แต่ขนาดของสระที่เหมาะสมควรจะลึกอย่างน้อย 3.5 เมตร มิใช่เพียง 2 เมตรเศษอย่างที่ทำกันอยู่ในเวลานี้ น้ำจึงจะพอใช้ ดังนั้นหากจะทำให้นโยบายไทยเป็นครัวโลกเป็นจริงได้นั้น น้ำจึงมีบทบาทสำคัญที่สุด การจัดการน้ำต้องให้มีปริมาณที่แน่นอนมีคุณภาพและประสิทธิภาพดี และที่สำคัญคือต้องมีการประกันราคาพืช กล่าวคือมีปัจจัยทางการตลาดมาเกี่ยวข้องในการจัดการผลผลิตด้วย (ปราโมทย์ ไม้กลัด 2548) การจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมิได้หมายถึงการส่งน้ำด้วยท่อซึ่งมีค่าลงทุนสูงแต่ปลูกพืชที่ขายแล้วไม่ได้ราคา ขณะนี้น้ำมันดีเซลในตลาดโลกกำลังขึ้นราคา การส่งน้ำด้วยท่อต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จึงเป็นเรื่องเสี่ยงที่ไม่ควรเสี่ยงอย่างยิ่ง นอกเสียจากว่าจะทดลองทำในโครงการทดลองเล็ก ๆ ที่มองแล้วไม่เสี่ยงให้ผลคุ้มค่า พลิกฟื้นเกษตรกรให้มีรายได้ได้ภายในเวลาอันสั้นและมีหลักประกันเมื่อโครงการล้มเหลว
5.3 การเปลี่ยนระบบการปลูกพืชควบคู่กับการตลาด หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าว ทั้งนี้ ทั้งนั้น ต้องร่วมกับบริษัทอุตสาหกรรมการเกษตร (Agro-industry) สำรวจความต้องการของตลาดและมีวิธีการสนับสนุนจากภาครัฐบาลในการประกันราคาร่วมกัน ปัจจุบันมีงานวิจัยแบบบูรณาการและครบวงจรจากผลิตผลการเกษตรที่คำนึงถึงการตลาดเกิดขึ้นแล้ว
5.4 คุณภาพน้ำชลประทาน สารพิษตกค้างที่มากับน้ำชลประทานที่ระบายจากแปลงเพาะปลูกที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงให้มากในการเป็นครัวโลก ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่ภารกิจโดยตรงในการควบคุม ติดตามตรวจสอบสารพิษตกค้างในพืชที่ใช้เป็นอาหาร ผักผลไม้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภคและคงไว้ซึ่งคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีในเชิงเกษตรยั่งยืน โดยจัดให้มีการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผลิตผลการเกษตรตามสนธิสัญญาด้านสุขอนามัยพืชขององค์การการค้าโลกเพื่อความปลอดภัยของประชากรของโลกและของประเทศไทยเองด้วย (ประภัสสรา พิมพ์พันธุ์ 2546) ซึ่งทางออกอีกประการหนึ่งในเรื่องนี้ก็คือการส่งเสริมการปลูกพืชอินทรีย์ซึ่งสำหรับมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ของประเทศไทยนั้น สอดคล้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ใช้ในต่างประเทศหลายแห่งอยู่แล้ว ได้แก่ Organic Food Production (OFDA) ของสหรัฐอเมริกา และข้อกำหนดผลิตผลเกษตรอินทรีย์ของสภาตลาดร่วมยุโรป (EEC No.2092/91) ทั้งยังสอดคล้องกับ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์และการแปรรูปของ International Federation of Organic Agriculture Movement (IFOAM) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่มีสมาชิกมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
5.5 สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเชิงสหวิทยาการอย่างต่อเนื่องศาสตร์เดี่ยวๆไม่สามารถใช้แก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำได้อีกต่อไป การจัดการน้ำต้องการทั้งศาสตร์และศิลป์ในการช่วยแก้ไข ศาสตร์ของน้ำไม่ใช่เป็นศาสตร์ของวิศวกรน้ำและนักอุทกวิทยาแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป (Mays 1996) การปลูกฝังแนวความคิดดังกล่าวในอดีตจึงผิดโดยสิ้นเชิง เพราะไม่ก่อให้เกิดแนวคิดเชิงระบบ ซึ่งมีหลายมิติที่ครอบคลุมกว่า
5.6 นโยบายครัวไทยในต่างแดน ทางเลือกสุดท้ายแทนที่จะมาทำครัวในบ้าน อาจต้องอาศัยการทำครัวในต่างแดน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก โดยตรงอย่างแท้จริง ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยเปิดเพิ่มมากมายทั่วโลกและเป็นที่นิยมในรสชาติของชาวต่างชาติ ไม่แพ้อาหารชาติอื่น เพียงแต่คนไทยที่ไปเปิดร้านไทยต้องใช้ความพยายามด้วยตนเอง หากรัฐจะเข้ามามีบทบาทส่งเสริม ให้ได้มีความกินดีอยู่ดีและมีสังคมของคนไทยที่ดี ไม่ต้องหลบซ่อน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จะเป็นสิ่งดีมาก เพราะปัญหาการใช้ชีวิตไทยในต่างแดนนั้นมีความยากลำบากพอสมควรเมื่อเทียบกับบ้านเราเอง และจะเป็นการลัดขั้นตอนหลายขั้นตอนเพื่อนำเงินกลับเข้าประเทศได้โดยตรง ทั้งยังเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประเพณีไทยให้ชาวโลกรู้โดยตรงอีกด้วย ทั้งนี้ต้องอาศัยการควบคุมดูแลให้ทั่วถึง
" เมื่อถึงบรรทัดนี้ผู้อ่านทุกท่านคงจะมีคำตอบอยู่ในใจกันแล้วว่า ประเทศไทยของเรา ควรเตรียมความพร้อมอะไรให้มากกว่านี้ ก่อนจะนำประเทศก้าวเข้าสู่การเป็นครัวโลก"
กิตติกรรมประกาศ ปราโมทย์ ไม้กลัด สว.กรุงเทพฯ เลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ ผอ.สถาบันพัฒนาการชลประทาน
เอกสารอ้างอิง
ชมรมนักอุทกวิทยาไทยและสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย 2547. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการเรื่อง "WATER GRID" โครงข่ายน้ำแห่งชาติ 23 กันยายน 2547 รอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ
ประภัสสรา พิมพ์พันธุ์ 2546.ความปลอดภัยของผลไม้และผักต่าง ๆ และการผลิตพืชอินทรีย์ เอกสารประกอบการประชุมวิชาการเรื่อง "Food Dynamics Seminar", วันที่ 1-2 ตุลาคม พ.ศ.2546 BITEC, กรุงเทพฯ.
ปราโมทย์ ไม้กลัด 2548. บทสัมภาษณ์ 12 มีนาคม พ.ศ. 2548 กรุงเทพฯ
เลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ 2548. บทสัมภาษณ์ ถอดเทป 10 มีนาคม พ.ศ.2548 สถาบันพัฒนาการชลประทาน นนทบุรีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2547.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำแบบบูรณาการ เพื่อประโยชน์ในการผลิต การบริโภค และการป้องกันอุทกภัย กรุงเทพฯ
Dyson, M., Bergkamp, G., and Scanlon, J. (2003). Flow. The Essentials of Environmental Flows. IUCN.
ICWE (1992). Dublin Statement of the International Conference on Water and the Environment. Dublin, Ireland.
International Commission on Irrigation and Drainage 2005.http://www.icid.org/index_e.html
Mays, L.W.(1996). Water Resources Handbook, McGrawHill, USAMOAC, The British Embassy, and Trade Partners UK-British Trade International (2003)."Food Dynamics Seninar". BITEC, Bangna-Trad,Bangkok.
Smakhtin, V. and Dassenaike, L.(2004). Environmental Flows.Environmental Perspectives on River Basin Management in Asia. Vol.1(1). IWMI. Colombo. Sri Lanka.
Wilson, J.A. (2546). "EU Food Safety Regulations", Delegation of the European Commission on Health and Consumer
Protection, เอกสารประกอบการประชุมวิชาการเรื่อง "Food Dynamics Seminar", วันที่ 1-2 ตุลาคม พ.ศ.2546 BITEC, กรุงเทพฯ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น